top of page

ชีวิตหลังเกษียณของตัวคุณหน้าตาเป็นอย่างไร

  • WeMePLAN
  • 8 มี.ค.
  • ยาว 3 นาที

คำถามที่ว่า

ชีวิตหลังเกษียณของตัวคุณหน้าตาเป็นอย่างไร

ผมถามคำถามนี้กับคนที่อยู่ในกลุ่ม Gen X และ Gen Y ก่อนนะครับ


เพราะคนที่อยู่ในกลุ่ม Gen S (Silent) Gen B (Baby Boom) คุณได้เห็นชีวิตหลังเกษียณของตัวคุณกันหมดแล้ว ณ ปี 2569 นี้ คนกลุ่ม Gen S อายุ 81 ปีขึ้นไป และคนกลุ่ม Gen B นี้จะมีอายุ 62 – 80 ปี


ผมจะแชร์ประสบการณ์ที่ได้สอบถามคนกลุ่มนี้ เกี่ยวกับการใช้ชีวิตในช่วงเกษียณให้อีกครั้งในโอกาสต่อไป


ปล. ณ ปี 2568 กรมการปกครองได้รายงานว่า ประเทศไทยของเรามีคนกลุ่ม Gen S อยู่ 1.8 ล้านคน และคนกลุ่ม Gen B มีอยู่ 10.8 ล้านคน รวม ๆ แล้วประมาณ 12.6 ล้านคน

 

สำหรับเนื้อหาในบทความนี้ อย่างที่ผมบอกไว้ ผมจะเน้นกับคนกลุ่ม Gen X และ Gen Y ก่อน แต่ผมจะเน้นให้กลุ่ม Gen X ที่มีอายุ 47 – 61 ปี และในปี 2568 ที่ผ่านมา ได้มีคน Gen X ล็อตแรก ได้เปิดประตูสู่ชีวิตวัยเกษียณกันแล้ว ผมได้มีโอกาสได้สอบถามคนกลุ่มนี้เช่นเดียวกัน และเป็นที่มาของการเขียนบทความชุดนี้ ให้กับคนถัด ๆ ไป ได้มีความพร้อม ก่อนที่จะเดินหน้าเข้าสู่วัยเกษียณกัน


ปล. ณ ปี 2568 กรมการปกครองได้รายงานว่า ประเทศไทยของเรามีคนกลุ่ม Gen X อยู่ 14.9 ล้านคน และคนกลุ่ม Gen B มีอยู่ 15.1 ล้านคน รวม ๆ แล้วประมาณ 30 ล้านคน

 

คำถามแรกที่ผมถามคุณที่ว่า “ชีวิตหลังเกษียณของตัวคุณหน้าตาเป็นอย่างไร ?”


เป็นคำถามซีเรียสนะครับ จากประสบการณ์ของผมที่ได้รับคำตอบนั้น ปรากฏว่ามีมากกว่า 75% มองไม่ออกว่าชีวิตหลังเกษียณของเขาหน้าตาเป็นอย่างไร ไม่แปลกที่คนบางคนยังมองเห็นภาพหลังเกษียณไม่ชัดเจน แต่มีคนอีกกลุ่มหนึ่ง มองเห็นภาพชีวิตหลังเกษียณได้อย่างชัดเจน และเล่าเรื่องราวให้กับผมได้เป็นฉาก ๆ ฟังแล้วอดปลื้มใจกับคนกลุ่มนี้ไม่ได้เลย

 

ทีนี้ผมลองให้คนกลุ่มนี้หลับตา และฟังสิ่งที่ผมได้พูด ดังนี้


เริ่มต้นหลับตา … บางคนนำผ้ามาพันและปิดตาแทน ไม่ว่ากัน แล้วเริ่มต้นใหม่

ให้นึกภาพตามสิ่งที่ได้ยิน ค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป หากไม่เข้าใจให้ยกมือขึ้น ผมจะได้พูดอีกครั้ง


ลองคิดว่าได้เดินไปข้างหน้า ท่ามกลางความมืด และใช้ใจนำทางนี้

เดินไปเรื่อย ๆ จนหยุดอยู่ตรงประตูบานหนึ่งที่ปิดตายอยู่

คุณยื่นมือไปเปิดประตูบานนี้ และก้าวเท้าเข้าไปเบื้องหน้า อย่าเพิ่งลืมตานะครับ..


แต่ให้คิดว่า มีแสงสว่างได้ค่อย ๆ มาแทนที่ความมืดมิด

และคุณได้พบว่า คุณยืนอยู่บนยอดเขาสูง อากาศเย็นสัมผัสผิวกายคุณ ทำให้คุณค่อย ๆ กลางแขนทั้งสองข้าง เหมือนอ้าแขนรับความสดชื่นและความเย็นฉ่ำ ให้ทั่วร่างของคุณ และแสงสว่างนั้นเป็นแสงแรกของดวงอาทิตย์ที่ขึ้นผ่านยอดเขา ลมอ่อน ๆ พร้อมสายหมอก เหมือนไหลมาไม่หยุด สัมผัสตัวคุณอยู่ตลอดเวลา ช่างเป็นช่วงเวลาที่ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่คุณแบกรับเอาไว้ตลอดระยะเวลากว่า 60 ปี


ผมได้ถามคนกลุ่มนี้ว่า ภาพที่ผมได้เริ่มต้นให้คุณนึกนี้ คุณได้รับรู้หรือไม่ หลาย ๆ คน ตามทัน


นี่แหละเป็นตัวอย่างของการอธิบายภาพที่ฝันของผม ที่อธิบายแต่ละขั้นอย่างละเอียด ลงลึกถึงความรู้สึก ไม่ใช่แค่สถานที่


ทีนี้ถึงเวลาของคุณบ้างที่จะบอกผมว่า หลังจากที่คุณยื่นมือไปเปิดประตู คุณฝันอย่างเห็นอะไรหลังจากนั้น


บางคน ยืนอยู่ในบ้านหลักกะทัดรัด ท่ามกลางเสียงนก เสียงกา ต้นไม้เขียวขจี


บางคน กำลังเล่นน้ำทะเล และกำลังว่ายน้ำกลับชายหาดที่พื้นทรายขาว ละเอียด


บางคน กำลังขับมอเตอร์ไซค์ฮาเลย์ คันใหญ่ ขับอยู่บนถนนที่เลียบชายฝั่งทะเล

 

สิ่งที่คุณเห็นล่ะ เป็นอย่างไร เขียนบอกเล่าให้เราได้รับรู้หน่อยนะครับ


ภาพที่คุณได้วาดฝันเหล่านี้ ที่ผมให้คุณได้บรรยายภาพนั้นออกมาเป็นคำบรรยาย แต่บางคนทำมากกว่านั้น นั่นคือ การนำภาพวาด ภาพถ่าย สถานที่ มาแปะลงบนสมุดบันทึก “เกษียณสมุด” หรือบางคนเขียนบันทึกและแปะลงในสมุดเล่มเล็ก ๆ ของเขาเอา ได้หมด

 

ผมเรียก ข้อความที่คุณได้พูดบรรยายออกมา  เขียนบันทึกลงในสมุด หรือแม้แต่นำภาพไปแปะไว้ในสมุดนั้นว่า ภาพแทนคำพูด (Vision Board)  ไม่ว่าคุณจะใช้วิธีใด ผมเพียงแค่แนะนำให้คุณแปรเปลี่ยน สิ่งที่อยู่ในหัวคุณ ซึ่งเป็นสิ่งที่คุณคิด คุณฝัน เป็นนามธรรม (จับต้องไม่ได้) มาเป็น รูปธรรมที่ชัดเจนขึ้น จะทำให้คุณมองเห็นภาพหลังจากเปิดประตูบานนั้นของคุณได้ชัดเจนและง่ายขึ้นแล้ว


ถึงเวลาแล้วที่คุณจะทำความฝันให้เป็นจริง ด้วยตัวคุณเอง


ทำไมต้องตัวคุณเอง ด้วยเหตุผลง่าย ๆ เพราะนั่นคือฝันของคุณ ไม่ใช่ของคนอื่น และคนอื่น ๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้ให้ความสำคัญกับฝันของคุณมากนัก



ถึงตอนนี้ คุณมองเห็นภาพชีวิตหลังวันเกษียณของคุณมากขึ้นแล้ว ซึ่งแตกต่างจากครั้งแรกที่ผมได้ถามคุณว่า “ชีวิตหลังเกษียณของตัวคุณหน้าตาเป็นอย่างไร ?”

 

จากประสบการณ์ที่ผ่านมา ผมได้พูดคุยกับคนกลุ่ม Gen B เกี่ยวกับประตูสู่ชีวิตวัยเกษียณ ทำให้ผมได้เข้าใจอะไรมากขึ้น และนี่คือคำบอกเล่าจากคน Gen B

... ในชีวิตของคนเรา มีวัฏสงสาร : เกิด-แก่-เจ็บ-Xาย เป็นสัจธรรมพื้นฐานและกฎธรรมชาติ




มีจุดเริ่มต้น (เกิด) และจุดสิ้นสุด (Xาย)            มีลักษณะเป็นจุด

สำหรับ แก่ กับ เจ็บ                                          มีลักษณะเป็นเส้น เริ่มเดินจากจุดเริ่มต้น ไปสู่ จุดสิ้นสุด

 

ตามธรรมชาติของเรา มีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นตลอดเวลา แต่บางครั้งเราไม่ได้มองการเปลี่ยนแปลง จวบจนเราผ่านจุด ๆ หนึ่งแล้ว เราเริ่มพิจารณาตัวเอง แล้วพบว่า เราเปลี่ยนแปลงไปจากจุดเริ่มต้นมากอยู่ เพื่อให้เห็นภาพผมให้ลองนำรูปภาพของคุณมาแปะวางลงในกรอบต่าง ๆ ดังนี้

(หากคุณหาภาพคุณได้จะยิ่งดีมาก)


การที่เราเห็นการเปลี่ยนแปลง ก็เนื่องจากการที่เรามองดูตัวเองในแบบ จุด (จุดของเวลา)

 

สิ่งหนึ่งที่ผมได้รับจากการพูดคุยคนกลุ่ม Gen B นี้ทำให้ผมนึกออกมาอธิบายในรูปแบบ ประตู

ประตูที่จะนำทางเราไปสู่การเปลี่ยนแปลง ผมแบ่งออกเป็น 5 ประตูบานใหญ่ (เปลี่ยนแปลงมาก)

ประตูบานใหญ่ที่ 1                  ตอนที่เรา เกิด (จุดเริ่มต้น)

ประตูบานใหญ่ที่ 2                  ตอนที่เรา เข้าสู่วัยเรียน เริ่มตั้งแต่อนุบาล ประถม มัธยม มหาวิทยาลัย

ประตูบานใหญ่ที่ 3                  ตอนที่เรา เข้าสู่วัยทำงานจริง

ประตูบานใหญ่ที่ 4                  ตอนที่เรา เข้าสู่วัยเกษียณ

ประตูบานใหญ่ที่ 5                  ตอนที่เรา Xาย (จุดสิ้นสุด)

 

ปล. ประตูบานใหญ่ เป็นการเปลี่ยนผ่านที่ใหญ่ แต่เมื่อเข้าประตูบานนั้นไป ยังมีประตูบานเล็ก บานย่อย ๆ อยู่ภายในอีกมากมาย ขึ้นอยู่กับการจำแนกของแต่ละคน

 

สำหรับชุดบทความนี้ เราจะโฟกัสที่ประตูบานใหญ่ที่ 4 (ตอนที่เราเข้าสู่วัยเกษียณ)

วัยเกษียณของคนแต่ละคน ไม่เหมือนกัน บางคน บางองค์กร กำหนดเป็นอายุเกษียณไว้ที่อายุ 55 ปี หรือ 60 ปี หรือ 70 ปี

แล้วคุณล่ะ เกษียณอายุตอนอายุเท่าไหร่


ชีวิตของคนเรา มีประตูบานใหญ่อยู่ 5 บาน ที่พร้อมให้คุณเปิดเข้าไปในห้องกว้าง และมีเรื่องราวต่าง ๆ มากมายรอคอยคุณอยู่หลังประตูแต่ละบาน

 

สำหรับประตูบานใหญ่ที่ 4 ของชีวิตคุณ เป็นประตูที่เริ่มต้นหลังจากที่คุณเดินหน้าเข้าสู่วัยเกษียณ ซึ่งในบทความนี้เพื่อให้เข้าใจตรงกัน ผมจะนับช่วงอายุตั้งแต่ 60 – 80 ปี ล่ะกัน

 

หากให้ช่วงชีวิต (Lifespan) ของคนเราอยู่ประมาณ 80 ปี แสดงว่าคนที่ผ่านชีวิตมาถึงอายุ 60 ปี นี้เป็นช่วงเวลา 3 ใน 4 ของช่วงชีวิตแล้ว (75%) เหลืออีก 25% ที่จะใช้ชีวิตที่เหลืออีก 20 ปี

หากใครได้มีโอกาสอ่านหนังสือ “Four Thousand Weeks” และได้แปลเป็นภาษาไทยมีชื่อว่า “ชีวิตเรามีแค่สี่พันสัปดาห์” ที่แต่งโดย Oliver Burkeman




แสดงว่า เราใช้ชีวิต และมีประสบการณ์ชีวิตมามากกว่า 3,000 สัปดาห์ แล้ว และนี่เป็นช่วงเวลา 1,000 สัปดาห์สุดท้ายของเราแล้วนะ

ซึ่ง 1,000 สัปดาห์ เทียบได้กับ 7,000 วัน ที่เหลือ ที่คุณ จะอยู่ในประตูบานใหญ่ที่ 4 ของคุณ

 

อย่างที่บอกไปก่อนหน้านี้ ว่าประตูบานใหญ่แต่ละบาน จะแบ่งประตูบานย่อย บานเล็ก อยู่ด้านใน เช่นเดียวกัน ในประตูบานใหญ่ที่ 4 นี้ ผมแบ่งซอยออกเป็นอีก 3 ประตูบานเล็ก แบ่งตามช่วงเวลาดังนี้

ช่วงอายุ 60 – 70 ปี       ประตูบานเล็กนี้ เรียกว่า           GGY : Go-Go Years

ช่วงอายุ 71 – 78 ปี       ประตูบานเล็กนี้ เรียกว่า           SGY : Slow-Go Years

ช่วงอายุ > 78 ปี            ประตูบานเล็กนี้ เรียกว่า           NGY : No-Go Years

ประตูบานเล็ก แต่ละบาน จะค่อย ๆ ไล่ไปทีละประตู เร็วบ้าง ช้าบ้าง ขึ้นอยู่กับคนแต่ละคน ที่มีความพร้อมทางพลังกำลัง ทั้งกำลังกาย กำลังใจ และกำลังทรัพย์ เป็นปัจจัยที่สำคัญ

 

ผมขอเล่ารายละเอียดของแต่ละประตูบานเล็กนี้ เพื่อให้คุณได้เข้าใจมากยิ่งขึ้น

เริ่มต้นจาก GGY : Go-Go Years เป็นช่วงแรกของการก้าวเท้าเข้าสู่วัยเกษียณ หลังจากการเปิดประตูบานใหญ่ที่ 4 นี้ เข้าไปด้วยความตื่นเต้น ความกระตือรือร้น ความปรารถนา การลงมือทำตามความฝัน หลังจากที่ได้ตรากตรำทำงานตลอดระยะเวลามากกว่า 30 ปี

 

ตอนที่ผมได้อธิบายช่วงเวลา GGY : Go-Go Years ให้กับคนเกษียณอายุและกำลังจะเกษียณอายุได้รู้ หลากคนไม่เคยได้ยินมาก่อน และบางคนพูดติดตลกว่าเคยได้ยินแต่ Go Day Day ซึ่งใกล้เคียงกับคำว่า “ไปวันวัน” หรือทำงานแบบเช้าชาม-เย็นชาม ขอไปที (ใช่ไหมครับ ผมรู้สึกว่าคุณคิดเช่นนั้น)

ซึ่ง GGY : Go-Go Years แตกต่างกับ Go Day Day อย่างสิ้นเชิง เพราะ GGY : Go-Go Years นี้  เป็นช่วงเวลาที่หลากคนรอคอย หลากคนเริ่มเรียนรู้ หาประสบการณ์ใหม่ ๆ ออกไปลองไปทำอะไรตามใจปรารถนา โดยไม่มีเวลาของการทำงานมาคั่นกลาง

โดยช่วงเวลา GGY : Go-Go Years เป็นช่วงที่คุณควรเก็บเกี่ยวประสบการณ์และความรู้สึกดี ๆ นี้ไว้ ให้ยาวที่สุด แต่ต้องไม่ลืมเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยส่วนตัวคุณเช่นกัน

มีคนบอกผมว่า ช่วงเวลาที่อายุเกิน 60 ปี นี้ เป็นช่วงของการเปลี่ยนผ่านที่ยากลำบาก ทั้งด้านร่างกายที่เสื่อมถอย และด้านทรัพย์สินที่มีรายจ่ายวิ่งแซงหน้ารายรับ ส่วนด้านจิตใจมีความสุขที่ได้ทำอะไรตามใจปรารถนาเสียที จนบางครั้งอาจหลงลืมไปแล้วว่า “คุณไม่ได้เด็กแล้วนะ”

ช่วงบั้นปลายชีวิตวัยทำงาน 55-60 ปี บางคนรู้สึกว่าตัวเองมีอำนาจ มีลูกน้อง มีบริวาร มีสังคม รวมทั้งมีแรงกายและแรงใจ ก่อให้เกิดความภูมิใจในตนเอง

แต่พอผ่านเข้าสู่ประตูบานนี้ ความรู้สึกต่าง ๆ ที่จะประดังเข้ามาจนคุณรับมือแทบไม่ทัน เป็นต้นว่า ไม่มีลูกน้อง หรือบริวาร แล้ว ไม่มีสังคม ไม่มีอำนาจ รวมไปถึงรายได้ที่ได้ในแต่ละเดือน จนอาจทำให้ความภาคภูมิใจในอดีตของคุณได้หายไปภายในพริบตา เหมือนมีคนโยนคุณให้ตกจากหน้าผาสูงชัน มายังก้นเหว หากคุณพร้อมรับมือกับเรื่องที่เกิดขึ้นในหลากหลายด้านนี้ได้ คุณจะก้าวเข้าไปสู่ช่วง GGY : Go-Go Years ได้อย่างสนุก ใช้ชีวิตได้เต็มที่ บางคนอาจเกิน 100

 

ขอแทรกหน่อยนะครับ ผมได้ทำแบบฟอร์มการตรวจสอบหรือเรียกอีกอย่างว่า Check-List ไว้ตรวจสอบความพร้อมของคุณก่อนเข้าสู่วัยเกษียณ ของ WeMePLAN ซึ่งคุณสามารถ ดาวน์โหลดได้  เพียงคุณเขียนความจำนงค์และอยากรู้ว่าคุณพร้อมหรือยัง

 

จากประสบการณ์ที่ผมได้พูดและคุยกับคนวัยเกษียณพบว่า ช่วงเวลา GGY : Go-Go Years ของเขาเหล่านี้ เขาได้ทำอะไรกันบ้าง ผมสรุปให้ 5 สิ่งที่คนวัย 60 – 70 ปี นี้ชอบทำในช่วง GGY

1.        ท่องเที่ยวทั้งต่างประเทศ ในประเทศ

2.        เรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เช่น เปิดช่องของตัวเอง เขียนบทความ บันทึกเรื่องราวชีวิต

3.        ไปอยู่กับบ้านสวน ที่อยู่กับธรรมชาติอันแสนสงบและร่มเย็น ปลูกผัก เลี้ยงสัตว์

4.        เป็นที่ปรึกษาให้กับองค์กรหรือบริษัท

5.        เลี้ยงหลาน


แล้วคุณล่ะ หากคุณอยู่ในวัยเกษียณ ช่วงเวลา 60-70 ปี นี้ คุณได้ทำอะไร หรือหากคุณกำลังจะก้าวไปสู่วัยเกษียณ คุณอยากทำอะไรในช่วงเวลาดังกล่าว

 

 

 

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
bottom of page